EN | TH 

Canberra

            เมื่อเอ่ยถึงเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย ใครหลายๆคนก็คงคิดว่าเป็นเมืองซิดนีย์ แต่ในความจริงแล้ว เมืองที่ถูกก่อสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลียนั้น คือ เมืองแคนเบอร์ร่า ต่างหาก ด้วยการแบ่งพื้นที่จากทั้งรัฐนิวเซาท์เวลล์ และรัฐวิคทอเรีย มาก่อตั้งเป็นเขตปกครองใหม่ชื่อว่า Australian Capital Territory หรือ ACT นั่นเอง มีพื้นที่โดยประมาณ 2,366 ตารางกิโลเมตร ประชากรที่อาศัยในเมืองมีประมาณ 3.5 แสนคนเท่านั้น ชื่อแคนเบอร์ร่านั้นมาจากคำว่าแคมเบอร์ร่า “Kamberra” ซึ่งสันนิษฐานว่ามาจากภาษาของชาวอะบอริจินที่แปลว่า “จุดนัดพบ”
           ตัวเมืองถูกก่อสร้างขึ้นอย่างมีแบบแผน และด้วยผังเมืองที่เป็นระเบียบมาก เริ่มวางศิลาฤกษ์ตั้งแต่ปี 1913 โดยก่อนหน้านั้น มีการประกวดออกแบบผังเมืองในระดับนานาชาติ และผังที่ได้รับคัดเลือกคือฝีมือการออกแบบจาก 2 สถาปนิกจากสหรัฐอเมริกา โดยในตอนแรกนั้นเมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อให้เป็นเมืองแห่งสถานที่ราชการ จึงทำให้มีหน่วยงานของภาครัฐหลายหน่วยงาน ก่อตั้งสำนักงานหลักอยู่ในเมืองนี้ อาทิ อาคารรัฐสภาใหม่ (ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของทั้งเมือง) อาคารรัฐสภาหลังเก่า ศาลสูงสุด และมีองค์กรทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญๆมากมาย เช่น หอสมุดแห่งชาติ หอศิลป์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ และของประเทศไทยก็อยู่ที่เมืองนี้ด้วยเช่นกัน
           ปัจจุบันเมืองแคนเบอร์ร่าเริ่มมีสีสรรมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะห้างร้าน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเริ่มมีมากขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ จากเมืองที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากสถานที่ราชการ เป็นอีกเมืองที่น่าจะแวะท่องเที่ยว ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และย่านการค้า ที่ต่างมีเสน่ห์น่าหลงใหล และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างเมือง ให้เดินทางมายังเมืองนี้ได้อย่างดี จุดท่องเที่ยวที่สำคัญไม่ควรพลาดของเมืองนี้คือ อาคารรัฐสภา และน้ำพุในทะเลสาบกลางเมือง ทะเลสาบนี้มีชื่อว่า เบอลี่ย์กริฟฟิน (Burley Griffin) นอกจากนั้นยังมีอุทยานแห่งชาตินามาดจิ (Namadgi National Park) อันเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม
           สิ่งที่น่าแปลกใจอีกอย่างสำหรับนักท่องเที่ยวของเมืองแคนเบอร์ร่านั้นคือ จิงโจ้ เพราะที่นี่จะมีจิงโจ้ธรรมชาติอาศัยอยู่เยอะมาก ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านมีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัยแคนเบอร์ร่า อาจจะได้เจอจิงโจ้กระโดดมาให้ดูอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว แต่จิงโจ้นี่เอง ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อย ทั้งนี้เพราะจิงโจ้จะกระโดดตัดหน้ารถบ้าง ดังนั้นนักท่องเที่ยว หรือผู้อยู่อาศัยที่ใช้รถใช้ถนน ในเขตรอบนอกของเมืองหน่อย จะต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
           สภาพอากาศของเมืองนี้ หน้าร้อนจะมีอุณหภูมิตั้งแต่อบอุ่นจนกระทั่งร้อน แห้งแล้ง แต่ถึงแม้จะร้อนเพียงใด แต่ก็มีไม่บ่อยนักที่อุณหภูมิจะสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส แต่ถ้าท่านอยู่กลางแดด อาจจะพบว่าฤดูร้อนของที่นี่ จะมีท้องฟ้าที่ปลดโปร่งมาก เมฆน้อย แดดแรง อุณหภูมิที่เคยสูงที่สุดของที่นี่คือ 42.2 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1968 ส่วนในฤดูหนาว จะมีสภาพอากาศตั้งแต่ลมเย็นๆ จนกระทั่งหนาวเหน็บ ตอนเช้าๆจะมีหมอกค่อนข้างมาก ในเขตรอบนอกของเมือง โดยเฉพาะบนภูเขาสูง จะมีหิมะตกทุกปี จนทำให้ภูเขาของแคนเบอร์ร่าในช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากมาย เช่นที่ Perisher Blue อุณหภูมิเฉลี่ยฤดูหนาวอยู่ที่ประมาณ 5 องศาเท่านั้น แต่เมืองนี้มีฝนเฉลี่ยต่อปีน้อยเป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยจะตกในทุกฤดู แต่ที่มากที่สุดคือ ช่วงก่อนเข้าหน้าร้อนในช่วงเดือน ตุลาคม และพฤศจิกายน
           สถานศึกษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองนี้คือ Australian National University (ANU) ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย และติดอันดับต้นๆของโลก มหาวิทยาลัยนี้จะเน้นด้านวิจัยเป็นหลัก และหลักสูตรส่วนใหญ่จะเป็นการผสมผสานการทำวิจัย (Research) ด้วย ดังนั้นจุดนี้เอง ทำให้ ANU มีผลการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับ และมีนักวิจัยที่มีชื่อเสียงมากมาย และอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ดังไม่แพ้กันคือ University of
           Canberra โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงหลังๆนี้ มีความร่วมมือกันระหว่าง ANU และ University of Canberra ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา หลักสูตร การทำวิจัย มาตรฐานการเรียนการสอน ทำให้การศึกษาของเมืองแคนเบอร์ร่า ไม่เป็นรองเมืองอื่นๆแน่นอน
           การคมนาคมขนส่งของเมืองแคนเบอร์ร่า ส่วนใหญ่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะหลัก รองมาคือโดยสารรถเมล์ เดิน ปั่นจักรยาน และท้ายสุดคือ รถแท็กซี่ ซึ่งมีราคาสูงที่สุดจึงเป็นที่นิยมน้อย สาเหตุที่ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นที่นิยมของคนแคนเบอร์ร่า อาจเป็นเพราะที่นี่แตกต่างจากเมืองอื่นที่ ปริมาณรถยังมีไม่มากนัก ราคารถเมื่อเทียบกับรายได้ ไม่แตกต่างกันมากนัก และปริมาณที่จอดรถที่มีอยู่มากมาย
           รถยนต์ส่วนบุคคล การจราจรในเมืองแคนเบอร์ร่านี้ และที่จริงก็จะเป็นแทบทุกเมืองในประเทศออสเตรเลีย ที่จะใช้กฎที่เข้มงวดมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตรวจจับความเร็ว สัญญาณไฟจราจร การจอดรถในที่ห้ามจอด โดยแทบจะทุกถนนจะมีการติดตั้ง “กล้องวงจรปิด” เพื่อบันทึกภาพผู้ทำผิดกฎ และราคาค่าปรับก็ไม่ธรรมดาเลย แล้วแต่ความหนักเบาของการทำผิดด้วย ตัวอย่างเช่น ขับรถเกินความเร็วที่กำหนด อาจจะโดนปรับถึง $350 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 10,000 บาทเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนการใช้รถใช้ถนนในประเทศออสเตรเลีย เราจะต้องเพิ่มความระมัดระวัง และศึกษาป้าย และกฎจราจรให้ถี่ถ้วนเสมอ
           รถบัส หรือรถเมล์ รถโดยสารประจำทาง เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างประหยัด และตรงเวลา อีกทั้งมีจำหน่ายบัตรโดยสารแบบรายวัน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ประหยัดสำหรับนักท่องเที่ยวได้มาก และที่แคนเบอร์ร่ายังมีตั๋วรายวันสำหรับช่วงเวลาที่การจราจรไปพลุกพล่าน ซึ่งจะได้ราคาถูกพิเศษอีกด้วย รถโดยสารที่แคนเบอร์ร่าให้บริการโดย ACTION สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม สายรถ และตารางเวลาได้ที่ www.action.act.gov.au หรือ 13 17 10 นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารไปยังเมือง และรัฐอื่นด้วย เช่น ซิดนีย์-แคนเบอร์ร่า และรถโดยสารจากในเมืองไปยังภูเขาหิมะในฤดูหนาวด้วย
           รถไฟ จะเป็นรถไฟโดยสารระหว่างเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นรถไฟที่เดินทางมาจากเมืองซิดนีย์ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง ตลอดสองข้างทาง เต็มไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของที่ราบ และภูเขาสูงสลับไปมา



Source: www.studyinaustralia.gov.au และ http://en.wikipedia.org/wiki/Wiki
Copyright © EDEN Education and Migration Centre
 
  เรียนต่อ การศึกษา บริการ สมาชิก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
 
ออสเตรเลีย
เกี่ยวกับออสเตรเลีย
สิงคโปร์
เกี่ยวกับสิงคโปร์
ข่าวอัพดท
เรียนที่ออสเตรเลีย
ระบบการศึกษา
นักเรียนที่ไปกับเอเดน
วารสารเอเดน
การศึกษา
วีซ่า
ท่องเที่ยว
จัดงาน Events
Study Tour
หน้า Login
ทุนการศึกษา
คู่มือก่อนไปต่างประเทศ
รายการตรวจสอบวีซ่า
ทำไมต้องเอเดน
ประวัติ
วิสัยทัศน์ผู้บริหาร
รูปภาพ
พนักงาน
เอเดน ซิดนีย์
เอเดน เชียงใหม่
เอเดน กรุงเทพ
ติดต่อสำนักงานเอเดน
คำถามที่พบบ่อย
สมัครงาน